...

Effect of Kratom extract on antibiotic activities against microbes


การศึกษาผลของสารสกัดกระท่อมต่อการออกฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะต่อเชื้อจุลชีพ


Agenda : Research and Innovation
4.3.4

SDGs ที่เกี่ยวข้อง
3.3.2
17.2.1

มิติตามแนวทาง ต้นไม้แห่งความสุข

ร้อยละคะแนนความพึงพอใจของผู้ร่วมโครงการ : 95

รายชื่อคณะทำงาน
ลำดับ รายชื่อ สังกัด หน้าที่ สัดส่วน
1บุญส่ง หวังสินทวีกุลสำนักวิชาเภสัชศาสตร์หัวหน้าโครงการ100

SDGs ภาษาไทย
  

การปรับกฎหมายให้มีการนำสมุนไพรบางชนิดที่เคยอยู่ในรายการพืชเสพย์ติด เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้ ทำให้เกิดการใช้สมุนไพรชนิดนั้น ๆ เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ข้อมูลเชิงสุขภาพอื่น ๆ ยังมีจำกัด ทำให้เกิดความสนใจที่จะศึกษา วิจัย เกี่ยวกับปฏิกิริยาของสมุนไพรดังกล่าวกับยาแผนปัจจุบันที่มีการใช้กับผู้ป่วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษา และปลอดภัย ในส่วนของการศึกษา วิจัย ในระดับมัธยมศึกษา พบว่าได้ฝึกให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งต้องการการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย หรือองค์กรทางด้านการศึกษาที่เชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว เช่นเดียวกับโรงเรียนเบญจมราชูธิศนครศรีธรรมราช ในห้องเรียนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีนักเรียนกลุ่มหนึ่ง สนใจที่จะวิจัยเกี่ยวกับใบกระท่อมสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีผลต่อเชื้อจุลชีพ โดยมีความประสงค์ที่จะประยุกต์ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก กรณีนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญส่ง หวังสินทวีกุล รับเป็นที่ปรึกษา และกำกับโครงงานวิจัยนี้ โดยเป็นการดำเนินงานร่วมกับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโรงเรียนเบญจมราชูธิศนครศรีธรรมราช 

 

หลังจากที่ได้พบปะนักเรียน พูดคุยเกี่ยวกับกรอบการวิจัย และวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากนั้นได้มอบหมายให้นักเรียนรู้จักการค้นคว้าขอมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงงานนี้ ซึ่งกิจกรรมนี้ นักเรียนสามารถค้นคว้า หาข้อมูล และพิจารณาเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จากนั้นนำข้อมูลดังกล่าวมาปรับโครงการให้มีความเหมาะสม ประกอบกับอุบัติการณ์การเกิดโรคอุบัติใหม่จากเชื้อโรคต่าง ๆ การเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา และสมุนไพรมีการพบมากยิ่งขึ้น จึงได้ปรับโครงการวิจัยเป็นการศึกษา Drug – Herb Interaction แบบ Pharmacodynamical interaction ของใบกระท่อมสามสายพันธุ์ที่พบในนครศรีธรรมราช ต่อการออกฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะ ซึ่งในกระบวนการนี้ นักเรียนได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างใบกระท่อม พิสูจน์เอกลักษณ์ เตรียมเป็นสารสกัด และดำเนินการทดสอบ Drug – Herb Interaction แบบ Pharmacodynamical interaction กับยาปฏิชีวนะตัวอย่าง ที่มีการใช้บ่อย ๆ ในเวชปฏิบัติ โดยใช้วิธี Agar-wells diffusion assay โดยใช้เชื้อจุลินทรีย์ทั้งแกรมบวก และแกรมลบ หลังจากที่ทราบผล นักเรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และฝึกวิจารณ์ผลการทดลองด้วย โดยพบว่ามีทั้งที่ลด และที่เพิ่มฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะ ในกรณีที่ใช้ร่วมกับสารสกัดของใบกระท่อม โดยมีปัจจัยจากชนิดของเชื้อจุลชีพ ชนิดของยาปฏิชีวนะที่ใช้ ซึ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะนำไปสู่การศึกษาเชิงลึก และขยายนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงสุขภาพต่อไป 

 

กิจกรรมบริการวิชาการนี้ได้ดำเนินการสำเร็จลุล่วง โดย SDG หลักเป็น SDG 4.3.4 คือ เป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษานอกมหาวิทยาลัย (Education outreach activities beyond campus) โดยนักเรียนได้เข้ามาทำวิจัย และค้นคว้าภายในมหาวิทยาลัยที่มีความร่วมมือกับโรงเรียน และนอกจากนี้ โครงการนี้มีความเกี่ยวข้องกับ SDG 3.3.2 คือ เป็นกิจกรรม/โครงการด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีที่มีดำเนินการในชุมชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้ลี้ภัยหรือผู้อพยพ (Health outreach programmes) เพราะเป็นโครงการด้านสุขภาพในชุมชน และ SDG 17.2.1 การมีส่วนร่วม/ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรอิสระ (NGOs) ในการกำหนดนโยบายการพัฒนาเป้าหมายที่ยั่งยืน ซึ่งการปลูกฝังแนวคิด และการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ควรมีการบ่มเพาะ และปลูกฝังให้กับเยาวชนที่จะมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป 


SDGs ภาษาอังกฤษ

  

Adjusting the laws by the government to allow to use of some narcotic plants for health, the usage of them was become increasing in medical care and also misused. The limitation of their scientific support made us interested in research and study about the usages of the herbal medicines and modern medicine in the medication of the patients. We need high efficacy and safety for the patients that why we need to investigate them. In high school, scientific activities like science thinking, analyzing scientific data, and synthesizing new knowledge are needed. It is an opportunity for the university to support the high school in the related areas to support them in doing these activities by using the facilities and guidance from the university staff. Benjamarachutit School of Nakhon Si Thammarat has been running the Development and Promotion of Science and Technology Talents Project to encourage talented students to learn about the sciences. One group of students from there was interested in some varieties of Kratom leaf (Mitragyna speciose; Rubiaceae) that were found in Nakhon Si Thammarat against the pathogenic microbes. Their aim was to apply the extract of this plant for mouthwash. This project was under the supervision of Assistant Professor Dr. Boonsong Wungsintaweekul of the School of Pharmacy, Walailak University. 

 

After the first meeting, all of them need to improve the framework of their research and clarify the aim of this project. They need to search the scientific data and related data and then adjust the project. As the previous reports mentioned the Kratom leaf showed poor antibacterial activities in various microbes including Candida albicans. Recently, we still suffer from emerging infectious diseases (EID) from microbes. The adverse effects and drug–herb interaction were reported and trending to increase more than in the past. The type of drug-herb interaction was categorized into two groups, pharmacokinetic interaction and pharmacodynamics interaction. Three varieties of Kratom leaf (Mitragyna speciosa; Rubiaceae) were used in this pharmacodynamics interaction study. All samples were collected from Thungsong district (Kan-Daeng and Haang Krarok) and Khanom district (Kan-Kweow). All samples were administered with antibiotics against gram-positive and gram-negative bacteria by using an agar-well diffusion assay. All samples were collected and identified then processed to gain crude extracts by reflux with methanol. All extractives were evaporated to remove methanol under vacuum to yield methanol extracts. The sample and antibiotic were administered together in the same well. The results were compared with results from antibiotic-only, sample-only, and blank. The results showed interesting evidence. All samples had results trending to the same way but some sets of the test sample showed enhancement activities and some sets of the sample showed decreasing activities. All students discussed the data and the results with the supervisor. We found enhancing effects and decreasing effects that depend on the kind of microbes and kind of antibiotics. This study is the preliminary report for drug-herb interaction (pharmacodynamic interaction) between antibiotic and Kratom extract which needs to be studied more in-depth and trending to apply in the medical practice.

 

This social engagement project already successfully completed by the main SDG was 4.3.4 (Education outreach activities beyond campus). All students came to the Walailak University to do the research by using the facilities under the supervision of Assistant Professor Dr. Boonsong Wungsintaweekul under the academic collaboration between Walailak University and Benjamarachutit School of Nakhon Si Thammarat. This project was related to SDG 3.3.2 which related to health issues and quality of life of the people in the community. The academic collaboration between Walailak University and Benjamarachutit School of Nakhon Si Thammarat to teach the young generation to use herbal medicine with rational use was gained in this project which is related to SDG 17.2.1.


ภาพประกอบ


ผลกระทบโครงการ

infographic



การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การเผยแพร่

Post website สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ (ภาษาไทย)

https://pharmacy.wu.ac.th/นร-บม-ในความดูแลของ-ผศ-ดร/