...

The development of Galangal agricultural in Hua Tapan, the sustainable management of land


การพัฒนาการปลูกข่าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากข่าเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชน


Agenda : Outreach and Engagement
8.1.1

SDGs ที่เกี่ยวข้อง
3.3.2
15.2.5
17.2.1

มิติตามแนวทาง ต้นไม้แห่งความสุข

ร้อยละคะแนนความพึงพอใจของผู้ร่วมโครงการ : 90

รายชื่อคณะทำงาน
ลำดับ รายชื่อ สังกัด หน้าที่ สัดส่วน
1นิชาภา จันทร์ดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์หัวหน้าโครงการ70
2ชฎายุ อุดมสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ผู้ร่วมโครงการ30

SDGs ภาษาไทย
  

ผศ.ดร.นิชาภา จันทร์ดี, ดร.ชฎายุ อุดม และนายกรวิทย์ เชาวลิต ร่วมกับ เกษตรอำเภอท่าศาลา ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเทคนิคการปลูกข่าเพื่อใช้ในชุมชน ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอท่าศาลา โดยมีนายภูวเดช วุฒิวงศ์วัฒน์ เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธาน ทั้งนี้ แกนนำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรตำบลหัวตะพาน คุณคมสัน วัฒนสิทธิ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ งานนี้เกิดจากความร่วมมือ 5 ฝ่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ในนามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กรมวิชาการเกษตร และวิสาหกิจชุมชน
โดยงานนี้ประกอบด้วย 3 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1) การแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับปัญหาการปลูกข่าในชุมชน 2) อบรมการสกัดน้ำมันหอมระเหยและน้ำมันข่า รวมทั้งสาธิตการทำผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดจากข่า 3) การฝึกอบรมเทคนิคการนวดตัวเองขั้นพื้นฐานง่ายๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด
ข่ามีต้นทุนการผลิตสูงเนื่องจากพันธุ์ข่าดีมีราคาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวข่าจะมีประโยชน์เป็นระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป แต่หากเก็บเกี่ยวไม่เก็บหมดกอ มีเหง้าข่าเหลืออยู่บ้างจะลงทุนปลูกข่าลงทุนเพียงครั้งเดียวจึงมีเทคนิคและวิธีการปลูกข่าที่ดีสามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 6-10 ปี
ข่ามีผลทางชีวภาพมากมายแต่มีฤทธิ์โดดเด่นและควรนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบสำหรับคนทุกเพศทุกวัย เป็นสารต้านการอักเสบสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบน้ำมันนวดแก้ปวดได้ ดังนั้นหากสามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดได้ กลุ่มเป้าหมายคือ คนทั่วไป ทุกเพศ และทุกวัย จึงสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ขั้นตอนการสกัดน้ำมันหอมระเหยก็ทำได้ง่ายและใช้เพียงน้ำบริสุทธิ์เท่านั้นจึงไม่มีการปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นอันตรายจากกระบวนการสกัด นี่คือจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่จะผลิต
จากการวิจัยพบว่าข่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ นอกจากนี้ยังพบว่าสารประกอบในกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพในเหง้ามีมากกว่าใบข่า ดังนั้น นักวิจัยจึงต้องการสกัดน้ำมันหอมระเหยที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และเมื่อนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบน่าจะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดีเยี่ยม ดังนั้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการพัฒนาวิธีปลูกข่าและผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากน้ำมันหอมระเหยข่าจึงเป็นการนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยี พร้อมทั้งนำการวิจัยมาใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน ให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
เทคนิคการเกษตรขั้นสูงของข่าตอบสนองความต้องการอาหารและสมุนไพรในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความต้องการมากมายในตลาดนี้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปข่า เช่น เครื่องแกง ลูกประคบ อาหารเสริมสมุนไพร มีความต้องการสูงทั่วประเทศไทย ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีการส่งเสริมการปลูกข่าโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากความต้องการข่าในตลาดมีสูง แต่ในทางกลับกัน ที่นครศรีธรรมราชไม่มีการส่งเสริมการปลูกข่า ดังนั้น เกษตรอำเภอท่าศาลาและเกษตรกรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงต้องการความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ฝ่าย การพัฒนาการเกษตรข่าอย่างยั่งยืนเกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์เป็นน้ำมันนวดอโรมาบำบัดจากข่า นอกจากนี้การฝึกอบรมการนวดโดยใช้ผลิตภัณฑ์ข่ายังช่วยส่งเสริมการจัดการที่ดินของชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย


SDGs ภาษาอังกฤษ

  

Assistant Professor Dr. Nichapha Chandee, Dr. Chadayu Udom and with Tha Sala District Agriculture Mr. Kornwit Chaovalit, had been organizedworkshop for exchanging knowledge on the development of galangal cultivation techniques for community use, at the meeting room of the Tha Sala District Agricultural Office, by Mr. Phuwadet Wuthiwongwat, Nakhon Si Thammarat Province Agriculture as the chairman. In this regard, the leader of the Hua Taphan Sub-district Herbal Community Enterprise Group, Khun Komsan Wattanasit, took part in this learning exchange activity. This event was from five partnerships such as Walailak University, Rambhai Barni Rajabhat University, on behalf of Plant Genetic Conservation Project under the Royal Initiative HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn Princess Maha Chakri Sirindhorn, Department of agriculture, and community enterprise.

  For this event composed of three sub-events as, 1) Exchanging knowledge on the problems of growing galangal in the community. 2) Training on  essential  oil extraction and galangal oil Including a demonstration of making massage oil products from galangal. 3) Training on simple basic self-massage techniques for pain relief.

  Galangal has a high cost of production due to the relatively high price of good galangal varieties. In addition, the time to harvest the galangal will be useful for a period of 6 months or more, but if harvested without collecting the whole clump. There are some galangal rhizomes left will make investment in planting galangal investment only once, therefore there is a good technique and method for growing galangal, it will be able to harvest for up to 6-10 years.

  Galangal has many biological effects, but the effects are outstanding and should be used as a prototype product for people of all genders and ages. is anti-inflammatory which can be used to produce a prototype product for pain-relieving massage oil. Therefore, if essential oils with anti-inflammatory properties can be extracted and used to produce products that are in demand in the market, the target group is general people of all genders and ages. Therefore, this product can be sold sustainably. In addition, the extraction process of essential oils is simple and uses only purified water, so there is no contamination of harmful chemicals from the extraction process. This is the highlight of the prototype product that will be produced.

  From the conducting of research, it was found that Galangal has anti-inflammatory effects, antioxidant effect and antimicrobial activity. It was also found that compounds in the bioactive phenolics and flavonoids group in the rhizomes more than the leaves of the galangal. Therefore, the researchers wanted to extract the bioactive essential oils. And when used as a prototype product, it should have outstanding anti-inflammatory effects. Therefore, the knowledge transfer on the development of galangal cultivation methods and prototype products from galangal essential oils is to bring knowledge, innovation, and technology, as well as bring research to maximize the benefit of the community. produce concrete results.

  The advance agricultural technique of Galangal response to the demand of the food and herbal product in Nakhon Si Thammarat. There are a lot of demand in this market. The product processing galangal such as curry paste, ball compress, herbal supplement had high demand throughout of Thailand. In Surat Thani, galangal cultivation has been promoted by relevant agencies. Due to the high demand of galangal in the market but on the other hand, in Nakhon Si Thammarat there is no promotion of galangal cultivation, therefore, Tha Sala District agriculture and agricultural of Nakhon Sri Thammarat province wants cooperation between academics, communities, and related parties. The sustainable development of Galangal agricultural involve with the product processing, as the aroma therapy massage oil from galangal. Moreover, the training of massage using galangal product, enhance the local community management of land.


ภาพประกอบ


ผลกระทบโครงการ

infographic



การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การเผยแพร่

ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาเทคนิคการปลูกข่าเพื่อการใช้ประโยชน์ในชุมชน

https://www.facebook.com/SAHWU/posts/pfbid02ZnfDmeWCR3eECEugWCSqsAymCAMttXArzm9cZpQ1NjNDKxc4ZNC3ZQRH436A1KZyl