...

Development of a geographic information system database, and study of nutritional values and antioxidant and anti-aging activities of indigenous rice at Pak Phanang River Basin, Nakhon Si Thammarat, Thailand


จัดทำฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการ และคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและการต้านริ้วรอยของข้าวพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช


Agenda : Outreach and Engagement
2.5.2

SDGs ที่เกี่ยวข้อง
17.2.1

มิติตามแนวทาง ต้นไม้แห่งความสุข

ร้อยละคะแนนความพึงพอใจของผู้ร่วมโครงการ : 95

รายชื่อคณะทำงาน
ลำดับ รายชื่อ สังกัด หน้าที่ สัดส่วน
1ศราวุธ ปาลิโภชน์สำนักวิชาแพทยศาสตร์หัวหน้าโครงการ10
2ปิ่นเพชร ภักดีณรงค์ศูนย์บริการวิชาการผู้ร่วมโครงการ45
3รัชฎา คชแสงสันต์ศูนย์บริการวิชาการผู้ร่วมโครงการ45

SDGs ภาษาไทย
  

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ บริหารจัดการน้ำและมุ่งเน้นการฟื้นฟูให้ลุ่มน้ำปากพนังกลับมาเป็น “อู่ข้าว อู่น้ำ” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่นาข้าว ส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองเพื่อประชาชนในพื้นที่จะได้มีข้าวบริโภคในราคาถูก ซึ่งเป็นการประกันความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน รวมทั้งการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง สนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริต่อศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 18-19 เดือนตุลาคม พ.ศ.2550, วันที่ 21 เดือนกันยายน พ.ศ.2552 และวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2557 ในการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองเพื่อการบริโภคของเกษตรกร การสนับสนุนองค์ความรู้ทางด้านการเกษตรแก่เกษตรกรเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมือง และการอนุรักษ์พื้นที่นาข้าวไว้คู่ลุ่มน้ำปากพนัง (อ้างอิงจากแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ.2565-2570)

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมสนองพระราชดำริการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองและการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองในลุ่มน้ำปากพนัง ผ่านงานวิจัยเชิงพื้นที่ (area based research) โดยได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)  ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานกลไกพัฒนาพื้นที่ จัดทำ โครงการ จัดทำฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและการต้านริ้วรอยของข้าวพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการศึกษาองค์ความรู้และภูมิปัญญาในการใช้ประโยชน์จากข้าวพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังที่มีอยู่ในอดีตและคงเหลือในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของข้าวพื้นเมืองต่อวิถีชีวิตชุมชน เชื่อมโยงกับองค์ความรู้ภูมิปัญญาในการผลิต บริบทของพื้นที่ในการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง และองค์ความรู้คุณค่าทางโภชนาการและทางยาด้านคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านริ้วรอยของข้าวพันธุ์พื้นเมืองในลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อนำไปสู่การสร้างอัตลักษณ์และคุณค่าของข้าวพันธุ์พื้นเมืองในลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวพื้นเมืองลุ่มน้ำปากพนังให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และตระหนักในคุณค่าของข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์สายพันธุ์และขยายพื้นที่ปลูกต่อไป

ในการดำเนินงานโครงการวิจัย ได้มีการจัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่ เกษตรกรทำนาข้าวพื้นเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบวงสัมมนาของชุมชน ซึ่งได้จัดขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง เพื่อสื่อสารข้อมูลความรู้ผลงานวิจัยและกระตุ้นความตระหนักรู้ร่วมกันเกี่ยวกับคุณค่าพิเศษของข้าวพื้นเมืองที่ปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง โดยโครงการฯ ได้มอบข้อค้นพบจากงานวิจัยให้แก่ชุมชน เกษตรกร รวมทั้งหน่วยงาน ได้แก่ ข้อมูลสถานการณ์และแนวโน้มการทำนาข้าวพันธุ์พื้นเมืองในลุ่มน้ำปากพนัง ข้อมูลพันธุ์ข้าวพื้นเมืองและแหล่งปลูกในลุ่มน้ำปากพนัง ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารสำคัญที่พบในข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช

นอกจากนี้ทางโครงการฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการโดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชจัดกิจกรรมการจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้กับเกษตรกรทำนาข้าวพื้นเมืองในตำบลคลองน้อย และกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการแปรรูปกาละแมข้าวพื้นเมืองน้ำตาลจากให้กับเกษตรกร/ชุมชนในพื้นที่ตำบลขนาบนาก ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบลขนาบนาก 

กิจกรรมการสื่อสารและถ่ายทอดข้อมูลผลงานวิจัย รวมทั้งกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวข้างต้น นอกจากจะเป็นการสนับสนุนข้อมูลให้ชุมชน/เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนและเรียนรู้การจัดการผลผลิตทางเกษตรด้วยการแปรรูปแล้ว หากยังเป็นพื้นที่พูดคุยหารือร่วมกับชุมชน เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการค้นหาแนวทางการสร้างความมั่นคงทางอาชีพทำนาข้าวพื้นเมือง การต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการสร้างความตระหนักในคุณค่าของข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ให้อยู่คู่ลุ่มน้ำปากพนังต่อไป


SDGs ภาษาอังกฤษ

  

The Royal-Initiated Pak Phanang River Basin Development Project aims to sustainably manage water resources and improve the Pak Phanang River Basin to become a fertile region in Nakhon Si Thammarat, especially for rice farming. The researchers of the project would like to promote indigenous rice farming so that the local people can afford cheap rice, which also ensures food security at the household level. The project also aims to conserve the indigenous rice in Pak Phanang district to follow the royal idea of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn graciously delivering a speech in 2007 and 2009 on upgrading indigenous rice farming for sustainable consumption among agriculturists and the rice field conservation of the Pak Phanang River Basin. The information is quoted from the Master Plan for the Pak Phanang River Basin Development Project under the Royal Initiative 2022–2027.

Walailak University strongly responded to the Royal-Initiated Pak Phanang River Basin Development Project to sustainably promote Indigenous rice farming in the Pak Phanang River Basin through area-based research titled "The Development of a Geographic Information System Database and Study of Nutritional Values and Antioxidant and Anti-Aging Activities of Indigenous Rice at Pak Phanang River Basin, Nakhon Si Thammarat, Thailand," which was conducted through cooperation between Walailak University, the Office of the Royal Development Projects Board, the Administration and Coordination Center for Royal-initiated Pak Phanang River Basin Development, the Nakhon Si Thammarat Rice Research Center, related agencies, and area development organizations.

The research aims to study the existing and extinct indigenous rice species to reflect their significance in relation to the way of life of the local people in the district indicating the body of knowledge in rice production, the context of the agricultural field of indigenous rice farming, and the nutritional value, especially for antioxidants and anti-aging. These characteristics can be developed to create the identity of Pak Phanang district, leading to the development of processed rice products with more value and raising awareness of indigenous rice conservation.

For the implementation of the research, the researchers of Walailak University organized meetings with all stakeholders, including local people, local farmers, and related organizations, in the form of communal seminars, which took place 2-3 times per month. The seminars were organized with the purpose of disseminating insights to encourage all sections to place importance on the values of indigenous rice in the Pak Phanang River Basin. In addition, the researchers reported the research results to those stakeholders, including the current situation and trends of indigenous rice farming in the Pak Phanang River Basin, the list of indigenous rice species and rice farming areas, and the prime nutrition values found in the indigenous rice. 

More importantly, all of the activities conducted as part of the research were free for all participants in which they did not need to pay any costs. The Walailak researchers also partnered with the Nakhon Si Thammarat Rice Research Center to organize a workshop on indigenous rice seed quality management for the agriculturists in Klong Noi subdistrict. Another was the workshop on processing sweet sticky candy by using indigenous rice and nipa palm sugar, which was conducted for the agriculturists in Khanabnak subdistrict through cooperation between Walailak University and Khanabnak Subdistrict Administration Organization. Walailak University provided a stage for the agriculturists and farmers in Klong Noi subdistrict and Khanabnak subdistrict to exchange ideas and knowledge on rice seed quality management and processing sweet sticky candy.

These activities mentioned above were not only organized for the local people and agriculturists in the Pak Phanang River Basin to build resilience for food security and nutrition and to learn about managing agricultural products for processing but also to be a neutral stage to discuss with those local people and agriculturists how to build solid careers and boost the local economy through indigenous rice farming as the identity of Pak Phanang district.


ภาพประกอบ


ผลกระทบโครงการ

infographic



การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การเผยแพร่

เวทีชุมชนสื่อสารข้อมูลงานวิจัย ตำบลขนาบนากและตำบลท่าพยา อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

https://cas.wu.ac.th/archives/23087

อบรมเชิงปฏิบัติการแปรรูปกาละแมจากข้าวพื้นเมืองและน้ำตาลจาก

https://cas.wu.ac.th/archives/22533

เวทีสื่อสารข้อมูลวิจัย หมู่ที่ 12 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

https://cas.wu.ac.th/archives/22318

นำเสนอรายงานความก้าวหน้าโครงการ 150 วัน ณ ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

https://cas.wu.ac.th/archives/22063

แนะนำและประชาสัมพันธ์โครงการ

https://cas.wu.ac.th/archives/19840