...

Potential Enhancement of the Ranong Provincial Office of Natural Resources and Environment for Strategy Development of Climate Change Adaptation


โครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัดระนอง


Agenda : Sustainability and Stewardship
13.3.4

SDGs ที่เกี่ยวข้อง
17.2.1

มิติตามแนวทาง ต้นไม้แห่งความสุข

ร้อยละคะแนนความพึงพอใจของผู้ร่วมโครงการ : 90.51

รายชื่อคณะทำงาน
ลำดับ รายชื่อ สังกัด หน้าที่ สัดส่วน
1จิรา คงปราณสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ผู้รับผิดชอบหลัก50
2อุดมรัตน์ วัฒนสิทธิ์สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ผู้ร่วมรับผิดชอบ50

SDGs ภาษาไทย
  

โครงการนี้สนับสนุนให้จังหวัดมีการรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกและจัดทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งจัดทำรายงานสภาพการณ์ความเสี่ยง (Risk Profile) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัด ตามแนวทางของแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และจัดทำแผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในจังหวัดระนอง เพื่อกำหนดนโยบาย แผน เป้าหมาย และแนวทางปฏิบัติในการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ตามนโยบายรัฐบาล ผลการศึกษาพบว่า จังหวัดระนองปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีฐาน (พ.ศ.2562) เท่ากับ 473,685 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็น 2.42 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหัวประชากร โดยมีการปลดปล่อยสูงสุดจากจากภาคพลังงานเท่ากับร้อยละ 46 รองลงมาจากภาคขนส่ง ร้อยละ 31 ภาคการจัดการของเสีย ร้อยละ 15 และภาคเกษตร ร้อยละ 8 ตามลำดับ ไม่มีการปลดปล่อยจากภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ โดยกิจกรรมย่อยที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดมาจากการขนส่งทางถนน รองลงมาเป็นกิจกรรมการใช้พลังงานในอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง และพลังงานในธุรกิจการค้าและหน่วยงานรัฐ ตามลำดับ ผลการคาดการณ์ปริมาณก๊าซเรือนกระจกในอนาคตในกรณีปกติหรือไม่มีการดำเนินการมาตรการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด พบว่า ในปี พ.ศ.2573 จังหวัดระนองจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 648,129 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีสัดส่วนการปล่อยจากภาคส่วนต่างๆ เรียงลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้ ภาคพลังงาน (ร้อยละ 41) ภาคการขนส่ง (ร้อยละ 32) ภาคการจัดการของเสีย (ร้อยละ 17) และภาคเกษตร ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (ร้อยละ 10) จังหวัดระนองตั้งเป้าหมายลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับร้อยละ 30 ของกรณีปกติ ภายในปี พ.ศ.2573 โดยเสนอมาตรการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 26 มาตรการ ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาพลังงานทางเลือก การจัดการในภาคขนส่ง การจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียว และการจัดการในภาคเกษตร โดยมีศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกจากททุกมาตรการรวม 158,818 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับร้อยละ 24.5 ของกรณีปกติ ผลการศึกษารายงานสภาพการณ์ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัดระนอง พบว่า ในอดีตที่ผ่านมาจังหวัดระนองประสบกับภัยพิบัติในด้านต่างๆ ซึ่งจากการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัยของจังหวัด พบว่า อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และภัยแล้ง จัดอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง ส่วนภัยจากไฟป่าและหมอกควัน และโรคระบาดอยู่ในภาวะเสี่ยงต่ำ และจากการวิเคราะห์โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดระนอง ในลักษณะของภัยรวม พบว่า สาขาที่มีความเสี่ยงสูงสุด คือ การท่องเที่ยว จัดอยู่ในอันดับที่ 48 ของประเทศ รองลงมาเป็นสาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (อันดับที่ 68 ของประเทศ) การสาธารณสุข (อันดับที่ 73 ของประเทศ) การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ (อันดับที่ 74 ของประเทศ) การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร (อันดับที่ 77 ของประเทศ) และการจัดการทรัพยากรน้ำ (อันดับที่ 77 ของประเทศ) ตามลำดับ และผลการประเมินห่วงโซ่ผลกระทบในสาขาการท่องเที่ยว ที่มีแรงขับจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และปริมาณน้ำฟ้าที่เปลี่ยนแปลง คาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในจังหวัด ได้แก่ ความเครียดจากความร้อน การหยุดชะงักของกิจกรรมการท่องเที่ยว การสูญเสียสิ่งดึงดูดการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบขนส่งหยุดชะงัก ความเสียหายต่อโบราณสถานและโบราณวัตถุ จำนวนนักท่องเที่ยวป่วยหรือบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และการสูญเสียรายได้ของผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องเสนอมาตรการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัดระนองต่อไป


SDGs ภาษาอังกฤษ

  

This project supports the province in reporting data on greenhouse gases (GHGs) and creating GHG reduction plans, as well as preparing a report on the risk profile from climate change in the province according to the National Climate Change Adaptation Plan guidelines. In order to become a low-carbon city according to the government policy, this project also promotes developing an action plan for adapting to the impacts of climate change in Ranong Province to set policies, plans, goals, and guidelines for reducing GHGs. It was found that Ranong Province released GHGs in the base year (2019) equal to 473,685 tons of carbon dioxide equivalent, corresponding to 2.42 tons of carbon dioxide equivalent per capita. The highest emissions came from the stationary energy sector at 46%, followed by the transportation sector at 31%, the waste management sector at 15%, and the agriculture, forestry and land use sector at 8%, respectively. There were no emissions from the industrial processes and product use. The sub-activity that emitted the most GHGs came from road transport, followed by energy use activities in industry and construction, and activities in commercial businesses, and government agencies, respectively. There was a forecast of the amount of GHGs in the future in the business-as-usual (BAU) case or if there is no implementation of mitigation measures to reduce emissions of GHGs in the province. The results show that Ranong Province will emit GHGs equal to 648,129 tons of carbon dioxide equivalent in 2030, with the proportion of emissions from various sectors in order from the highest in the energy sector (41%), transportation sector (32%), waste management sector (17%), and the lowest in agriculture, forestry, and land use sector (10%), respectively. Ranong Province aims to reduce GHG emissions by 30% of BAU by 2030 by proposing 26 measures to reduce GHG emissions. The measures include the increase of energy efficiency, development of alternative energy, management in the transport sector, management of solid waste, sewage, and leftover materials, increase of forest and green areas, and management in the agricultural sector. All the measures could reduce GHGs by 158,818 tons of carbon dioxide equivalent, equal to 24.5% of BAU. The report on the risk situation from climate change in Ranong Province showed that Ranong Province experienced various disasters. An analysis and assessment of disaster risks in the province revealed that floods, storms, landslides, and droughts are classified as high-risk situations. The dangers from forest fires, smog, and the epidemic are at low risk. Using mathematical models of the Natural Resources and Environmental Policy and Planning Office of Ranong Province, in terms of total danger, tourism was found to be the sector with the highest risk. It ranked 48th in the country, followed by natural resource management (ranked 68th), public health (ranked 73rd), human settlements (ranked 74th), agriculture and food security (ranked 77th) and water resource management (ranked 77th), respectively. The assessment of the impact chain in the tourism sector driven by temperature changes, rising sea levels, and the amount of precipitation changes showed predicted impacts in the province. The impacts include heat stress, disruption of tourism activities, loss of natural tourism attractions and amenities, disruption of the transportation system, damage of ancient sites and antiques, increase in the number of sick or injured tourists, the image of tourism, and loss of income for entrepreneurs. These impacts will be further proposed to Ranong Province for developing adaptation measures to the impacts of climate change.


ภาพประกอบ


ผลกระทบโครงการ

infographic



การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การเผยแพร่

ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 5 จังหวัดภาคใต้ พัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

https://cas.wu.ac.th/archives/20640

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 5 จังหวัดภาคใต้ พัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

https://www.wu.ac.th/th/news/22708

การประปาส่วนภูมิภาค กปภ.สาขาระนอง ให้การต้อนรับคณะที่ปรึกษาฯ ม.วลัยลักษณ์ ลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลโครงการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง อ่านต่อที่: https://www.pwa.co.th/news/view/108983

https://www.pwa.co.th/news/view/108983

ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

https://cas.wu.ac.th/archives/22255