...

Promoting well-being and Drug Utilization in community @Thasala


โครงการส่งเสริมสุขภาวะและการใช้ยาในชุมชน ณ ตำบลท่าศาลา


Agenda : Outreach and Engagement
4.3.4

SDGs ที่เกี่ยวข้อง
3.3.2
17.2.1

มิติตามแนวทาง ต้นไม้แห่งความสุข

ร้อยละคะแนนความพึงพอใจของผู้ร่วมโครงการ : 95

รายชื่อคณะทำงาน
ลำดับ รายชื่อ สังกัด หน้าที่ สัดส่วน
1นัจมีย์ อดุลยรัตน์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ผู้รับผิดชอบหลัก100

SDGs ภาษาไทย
  

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดยอาจารย์นัจมีย์ อดุลยรัตน์ และนักศึกษาดำเนินโครงการวิชาการรับใช้สังคมต่อเนื่องในพื้นที่ตำบลท่าศาลาร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชนผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของชุมชนผ่านการจัดโครงการกระจายความรู้ส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มผู้สูงอายุ ครอบคลุมไปถึงเยาวชนในชุมชนที่เรียนในโรงเรียนนอกระบบ

โครงการวิชาการรับใช้สังคมนี้ แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ ดำเนินโครงการตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 โดยเริ่มต้นจากการที่กลุ่มวิชาเภสัชสังคมและการบริหารเภสัชกรรม สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้มีการจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยมีเป้าประสงค์เพื่อการเรียนรู้ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน และเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาสุขภาพเพื่อคืนประโยชน์กลับสู่ชุมชน จึงได้มีการดำเนินโครงการระยะที่ 1 “บ้านสระบัว รู้เรื่องยา” ณ มัสยิดชีอารุดดิน หมู่บ้านสระบัว ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้ 

  • การหาเครือข่ายสุขภาพเพื่อสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเป็นภาคีเครือข่ายที่แข็งแรง
  • การค้นหาปัญหาสุขภาพของชุมชนผ่านการทำประชาคม เรียงลำดับของปัญหา และวิเคราะห์วิธีการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยยึดภาคประชาชนเป็นศูนย์กลาง พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนบ้านสระบัวที่ต้องได้รับการเข้าไปช่วยเหลือหรือส่งเสริมคือ ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปัญหาโรคข้อและกระดูก ปัญหาการใช้ยาชุดและ การใช้ยาที่ผิดวิธี
  • การสังเคราะห์โครงการเพื่อบรรเทาหรือแก้ไขปัญหาสุขภาพของชุมชน ผ่านการกระจายความรู้ของนักศึกษาภายใต้การดูแลของอาจารย์ ได้แก่ 1. ความรู้เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 3 โรค (โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง) 2. ความรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคข้อและกระดูกให้มีการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม เพิ่มคุณภาพชีวิต 3. ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาทั่วไป เช่น การใช้ยาโรคเรื้อรังให้ถูกวิธี  การใช้ยาสามัญประจำบ้าน และได้เน้นย้ำให้ทราบถึงอันตรายของการใช้ยาชุด 4. ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาและการปฏิบัติตนในช่วงรอมฎอนสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
  • การดำเนินโครงการ “บ้านสระบัว รู้เรื่องยา” โดยออกแบบโครงการเป็น 4 ฐาน ผ่านการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน ผลการดำเนินการพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 33 คน มีความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมระดับมากที่สุด
  • การคืนความรู้สู่ชุมชน แก่ภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมในการดูแลและส่งเสริมสุขภาวะของคนในชุมชน

การเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนในระยะที่ 1 สะท้อนความต้องการที่สำคัญของคนในชุมชน พบว่า กลุ่มเยาวชน บุคคลที่จะมาดูแลผู้ป่วยในอนาคต ส่วนใหญ่เรียนโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามนอกระบบในพื้นที่ ซึ่งอาจจะขาดโอกาสในการเข้าถึงการเรียนสุขศึกษาตามแบบเรียนพื้นฐานของประเทศไทย รวมทั้งการเรียนในรูปแบบดังกล่าว เป็นการเรียนแบบประจำ พักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน สำนักวิชาเภสัชศาสตร์นำโดยอาจารย์นัจมีย์ อดุลยรัตน์ และภาคีเครือข่ายจึงเล็งเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มพูนความรู้ด้านสุขภาพพื้นฐานในการดูแลตนเอง และผู้อื่นของเยาวชนกลุ่มนี้ จึงได้มีการดำเนินโครงการระยะที่ 2 “แกนนำเยาวชนรักษ์สุขภาพ” โดยขยายผลไปยังหมู่บ้านข้างเคียงในตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สถาบันบัยตุ้ลฮิกมะฮ์ หมู่บ้านในถุ้ง (สถาบันสอนศาสนานอกระบบชายล้วน) และกลุ่มเรียนรู้ศาสนามุสลิมะฮ์ หมู่บ้านหน้าทัพ (สถาบันสอนศาสนานอกระบบหญิงล้วน)   ดำเนินโครงการส่งเสริมความรู้ในการดูแลตนเอง โดยมีกิจกรรมหลักในการบรรยายความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น การใช้ยาสามัญประจำบ้าน รวมถึงได้มีการมอบตู้ยาสามัญประจำบ้านเพื่อให้กลุ่มเยาวชนใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลตนเอง

โครงการนี้ประสบความสำเร็จในการทำงานแบบเชิงบูรณาการภาคีหุ้นส่วน โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เครือข่ายอาสาสมัครสุขภาพประจำหมู่บ้าน คณะกรรมการอิสลามมุสลิมะฮ์หมู่บ้านสระบัว ได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนสถานที่จากคณะกรรมการมัสยิดชีอารุดดินประจำหมู่บ้านสระบัว และคณะกรรมการประจำโรงเรียนนอกระบบประจำหมู่บ้านในถุ้งและหน้าทัพ รวมถึงยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ร้านยาคลังยาสระบัว ซึ่งเป็นภาคีหุ้นส่วนความร่วมมือ ที่สำคัญในการพัฒนาสุขภาวะของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน


SDGs ภาษาอังกฤษ

  

The School of Pharmacy at Walailak University, led by Najmee Adulyarat  (Lecturer), along with students, has been conducting a continuous social engagement community service at Tha Sala sub-district in collaboration with the local community network. The primary aim is to promote well-being and quality of life for people in the community through quality education. It addresses the community's needs by organizing projects to disseminate knowledge and promote health among various age groups, including the elderly and youth who study in non-formal schools.

This community service project is divided into two phases, spanning from February to September 2023. It began with the social and administrative pharmacy Departments which utilized community-based learning. The objectives were to address occurring health issues in the community, rank and analyze the problems, and provide solutions while involving the local community. The identified health issues in the community of Ban Sra Bua include non-communicable diseases, musculoskeletal problems, and improper medication use.

The project's Phase 1, "Ban Sa Bua: Know Meds," included activities such as establishing a health network for strong community cooperation, identifying health problems through community assemblies, prioritizing problems, and analyzing solutions with a community-centered approach. The project aimed to disseminate knowledge on proper nutrition and lifestyle management for chronic diseases (hypertension, diabetes, and dyslipidemia), promote appropriate physical activity for the elderly and those with musculoskeletal issues, educate about proper medication use, and raise awareness of the dangers of improper medication usage. The Phase 1 project, "Ban Sa Bua: Knowledge about Medications," was a success. It increased the participants' knowledge significantly, and they expressed a high level of satisfaction with the activities.

Phase 1 activities with the community revealed the importance of enhancing basic health knowledge among youth, particularly those who attend non-formal Islamic schools in the area. These students may have limited access to health literacy programs that are provided in the Thai formal education curriculum and their learning involves a boarding school lifestyle. Recognizing this, the Faculty of Pharmacy, and the community network, extended their efforts into Phase 2, "Selfcare: Youth Leaders" targeting neighboring villages in the Tha Sala sub-district. Phase 2 expanded knowledge sharing on self-care, basic health care, and proper medication use. The main activity involved tailored lectures on basic self-care health topics and the provision of medicine cabinets for practical self-care to the school.

This project's success is attributed to the collaborative and community-based approach. It received support from the Tha Sala sub-district administration, the provincial Islamic committee, community health volunteers, the village committee of Ban Sa Bua, and the boards of the non-formal Islamic schools in Nai-Thung and Na-thap. Additionally, it received cooperation from local businesses, particularly Sra Bua Drug Store, which played a vital role in sustainable community health development through cooperative partnerships.


ภาพประกอบ


ผลกระทบโครงการ

infographic



การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การเผยแพร่

ข่าวที่หนึ่ง Facebook

https://www.facebook.com/PharmWU

ข่าวที่สอง Facebook

https://www.facebook.com/PharmWU