...

the conservation project for the chapel of Wat Daeng by the participation of the public in A. Chian Yai, Nakhorn Si Thammarat


โครงการอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน


Agenda : Outreach and Engagement
11.2.6

SDGs ที่เกี่ยวข้อง

มิติตามแนวทาง ต้นไม้แห่งความสุข

ร้อยละคะแนนความพึงพอใจของผู้ร่วมโครงการ : 95

รายชื่อคณะทำงาน
ลำดับ รายชื่อ สังกัด หน้าที่ สัดส่วน
1ผศ.ธนสัณฑ์ เทพรัตน์สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบหัวหน้าโครงการ50
2ผศ.ดร.สุภาวดี เชื้อพราหมณ์สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบผู้รับผิดชอบหลัก50

SDGs ภาษาไทย
  

โครงการอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดโครงการอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นโครงการที่บูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริการวิชาการเพื่อสนองตอบต่อพันธกิจของมหาวิทยาลัยครบทั้ง 4 ด้าน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นระหว่างมหาวิทยาลัย กรมศิลปากร และประชาชนในพื้นที่ เป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของมรดกทางสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้ สำหรับประโยชน์ที่นักศึกษาได้รับโดยตรงนั้นเป็นการนำความรู้ที่นักศึกษาได้รับจากภายในห้องเรียนไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง

          ขั้นตอนการดำเนินการโครงการอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้วางแผนการดำเนินโครงการออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

                   ระยะที่ 1 มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการเพื่อเป็นการสร้างส่วนร่วมกระตุ้นให้ชาวชุมชนวัดแดงได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของพระอุโบสถวัดแดงหลังเก่า และติดต่อประสานกับทางหน่วยศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร เพื่อขอแนวทางในการอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดง และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โดยการมีส่วนร่วมมาให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์กับชาวชุมชนวัดแดง

                   ระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการเพื่อจัดทำแบบสภาพปัจจุบันและหุ่นจำลองพระอุโบสถวัดแดงเพื่อการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่โครงการออกสู่สาธารณะ และจัดทำแบบอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดงเพื่อขออนุญาตทำการอนุรักษ์จากทางกรมศิลปากร

                   ระยะที่ 3 มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการเพื่อจัดหาทุนและดำเนินการบูรณะพระอุโบสถวัดแดง ตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาตจากทางกรมศิลปากร 

                   ระยะที่ 4  มีวัตถุประสงค์ในการบูรณะพระอุโบสถวัดแดงตามแบบที่รับอนุญาตจากทางกรมศิลปากร

             ผลการดำเนินการที่ผ่านมามีผลการดำเนินการประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ และได้สร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นระหว่าง ชาวชุมชนวัดแดง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช หน่วยศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยทุกภาคส่วนมีเป้าหมายเดียวกันในการที่ต้องการอนุรักษ์ฟื้นสภาพของพระอุโบสถวัดแดงให้กลับมาใช้งานได้ดังปกติและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชุมชน

สรุปผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2566

ผลดำเนินการโครงการอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดงโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ได้มีการดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

กิจกรรมที่ 1 ดำเนินการจัดทำรูปแบบรายการในการบูรณะพระอุโบสถวัดแดงเพื่อขออนุญาตจากทางกรศิลปากร

กิจกรรมที่ 2 ขออนุญาตในการดำเนินการบูรณะพระอุโบสถวัดแดงจากทางกรมศิลปากร ซึ่งทางกรมศิลปากรได้อนุญาตให้สามารถดำเนินการบูรณะพระอุโบสถวัดแดงได้ตามรูปแบบรายการที่นำเสนอ

กิจกรรมที่ 3 ขอความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระบาทในการส่งช่างผู้ควบคุมงานในการบูรณะพระอุโบสถวัดแดง

กิจกรรมที่ 4 จัดหาช่างที่จะดำเนินการยกดีดพระอุโบสถให้ได้ระดับตามที่กำหนดในแบบ

กิจกรรมที่ 5 ประชุมคณะกรรมการวัดเพื่อกำหนดวันในการเริ่มดำเนินการบูรณะ

กิจกรรมที่ 6 ทำสัญญาในการบูรณะพระอุโบสถวัดแดงกับช่างที่มารับจ้างในการดีดยกพระอุโบสถ

กิจกรรมที่ 7 ประสานไปยังกรมศิลปากรเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบความพร้อมในการเริ่มบูรณะพระอุโบสถวัดแดง

ในปีงบประมาณ 2566 ทางโครงการอนุรักษ์พระอุโบสถวัดแดงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนได้ดำเนินการอยู่ในช่วงของการประสานความร่วมมือกับงานในภาคส่วนต่าง ๆ และการจัดหาผู้รับจ้างในการยกดีดพระอุโบสถให้ได้ระดับตามรูปแบบรายการที่ได้นำเสนอไปยังกรมศิลปากร และได้เริ่มดำเนินการในการเสริมความมั่นคงของฐานรากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การดำเนินการคำนึงถึงขั้นตอนการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ได้รับการยอมรับจากกรมศิลปากร และความถูกต้องของรูปแบบดั้งเดิมมากที่สุด เน้นการสื่อสารทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน และดำเนินการก่อสร้างให้ได้ตามแผนที่วางไว้ 


SDGs ภาษาอังกฤษ

  

The Conservation Project for the Chapel of Wat Daeng by the Participation of the Public in A. Chian Yai, Nakhorn Si Thammarat 

The School of Architecture and Design at Walailak University has initiated a project for the conservation of Pra ubosot (temple hall) of Wat Daeng with the involvement of the local community in Chian Yai District, Nakhon Si Thammarat Province. The primary objectives of this project are to integrate teaching, research, cultural preservation, and academic services in alignment with the university's fourfold mission. Additionally, it aims to foster collaboration between School of Architecture and Design, Walailak University, Regional Office of Fine Arts, Nakhon Si Thammarat, Fine Arts Department, and the local community to raise awareness and appreciation for the architectural heritage of the southern region. This project also aims to facilitate the transfer of knowledge gained by students in the classroom into practical applications.

The goal is to reconstruct the temple hall of Wat Daeng in order to make it the historical and local architectural learning resource. And the local community raises awareness and appreciation for the architectural heritage of the southern region. This project also aims to facilitate the transfer of knowledge gained by students in the classroom into practical applications. (Especially ARC62-322 Thai Architecture that the subject of 3rd-years students in Architectural Program, Walailak Unniversity (B.Arch))

The project for the conservation of temple hall, Wat Daeng with community participation is divided into four phases:

Phase 1: The objective is to create community involvement and raise awareness among the residents of Wat Daeng regarding the historical value of the old Red Temple. This phase also involves communication and coordination with the Department of Fine Arts Unit 14 in Nakhon Si Thammarat to seek conservation guidelines. Experts in conservation are invited to impart knowledge to the local community.

Phase 2: The objective is to develop current condition models and replicas of the Red Temple for the purpose of public relations and project promotion. Additionally, conservation plans are prepared and submitted to the Department of Fine Arts for approval.

Phase 3: The objective is to secure funding and proceed with the reconstruction of the Red Temple according to the approved plans from the Department of Fine Arts.

Phase 4: The objective is to complete the reconstruction of the Red Temple based on the authorized plans from the Department of Fine Arts.

The project has achieved its objectives, resulting in successful outcomes as per the defined objectives. It has also fostered collaboration between the Red Temple community, Chian Yai District, Nakhon Si Thammarat Province, the Department of Fine Arts Unit 14 in Nakhon Si Thammarat, and Walailak University. All parties share a common goal of restoring and preserving the Temple hall of Wat Daeng to its original condition and transforming it into an educational hub for local history and vernacular architecture.

In the fiscal year 2566 (B.E.), the project for the conservation of temple hall, Wat Daeng through community participation was in the phase of coordinating collaboration with various sectors (Local community, the Department of Fine Arts and Local government) and procuring contractors for the lifting and reconstruction of the traditional temple hall according to the presented project plan to the Department of Fine Arts. Furthermore, efforts to strengthen the foundation were already well underway. The project's systematic approach has received approval from the Department of Fine Arts, and the adherence to the original design has been emphasized. Effective communication and understanding have been maintained with all involved parties, ensuring that the construction proceeds according to the established plan.

In the conservation of woodwork, consideration has been given to the type of wood used, focusing on replacement only in the damaged sections. Additionally, there is a deep respect for the craftsmanship, tools, and techniques employed in the past. This approach aligns with the conservation of wooden architecture, emphasizing reverence for both natural and cultural heritage.

 


ภาพประกอบ


ผลกระทบโครงการ

infographic



การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การเผยแพร่

Post Facebook สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02B5pGfEBToaY5TY6iGeAQgq65zjrtezufFqRYcfbNHN6VFB7ogDsZ4jRnyNU89UC8l&id=100036933499593&mibextid=qC1gEa