...

Lichen Diversity in Mangroves Forest at Banpakpaya, Muang district, Nakhon Si Thammarat Province


ความหลากหลายของไลเคนในป่าชายเลนบริเวณบ้านปากพญา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช


Agenda : Outreach and Engagement
15.2.3
15.2.5
15.3.3

SDGs ที่เกี่ยวข้อง
14.2.2
17.4.3

มิติตามแนวทาง ต้นไม้แห่งความสุข

ร้อยละคะแนนความพึงพอใจของผู้ร่วมโครงการ : 96.92

รายชื่อคณะทำงาน
ลำดับ รายชื่อ สังกัด หน้าที่ สัดส่วน
1รุ่งเรือง จันทาสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไปหัวหน้าโครงการ100

SDGs ภาษาไทย
  

ระบบนิเวศชายฝั่งทะเลโดยเฉพาะป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่สำคัญในการส่งเสริมและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าชายเลนเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ดังนั้นระบบนิเวศป่าชายเลนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลโดยเป็นแหล่งทรัพยากรการประมง หมู่บ้านปากพญา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย เป็นพื้นที่ปากแม่น้ำของคลองท่าซักก่อนจะไหลลงสู่ทะเล คลองท่าซักไหลผ่านพื้นที่เมืองอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ดังนั้นพื้นที่บ้านปากพญาจึงมีสารอาหารและระบบนิเวศป่าที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ป่าชายเลนมีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อการประมงชายฝั่งและนอกชายฝั่ง โดยบ้านปากพญามีการใช้ประโยชน์ป่าชายเลนในการเป็นแหล่งของทรัพยากรปลา ในอดีตมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ไปเป็นฟาร์มกุ้งส่งผลทำให้เกิดการทำลายป่าชายเลน ประกอบกับการประมงผิดกฎหมายทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำลดลง ดังนั้นในปี 2542 ชาวบ้านปากพญาจึงพยายามฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในหมู่บ้าน หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เข้ามาการสนับสนุนจากทั้งงบประมาณและความรู้ เพื่อคงอนุรักษ์และขยายความหลากหลายของระบบนิเวศที่มีอยู่ในปัจจุบันในพื้นที่บ้านปากพญามีงานวิจัยหลายๆงานได้ดำเนินการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บ้านปากพญา เช่น ชนิดพันธุ์ปลาทะเล สัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ และชนิดพันธุ์ไม้ในป่าชายเลน ในการศึกษาความหลากหลายของไลเคนในพื้นที่ป่าชายเลนจะเติมเติมความรู้ของทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายของระบบนิวเศในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช (SDG 15.2.3)

ความหลากหลายของไลเคนในพื้นที่ป่าชายเลนของบ้านปากพญาเป็นการศึกษาความหลากหลายและการกระจายของไลเคนในพื้นที่ป่าชายเลน โดยทำการศึกษาบริเวณป่าชายเลน 2 พื้นที่ ตั้งแต่ริมฝั่งติดทะเลเข้ามาสู่ฝั่งระยะทางประมาณ 100-200 เมตร และ ป่าชายเลนที่อยู่ห่างจากริมฝั่ง ตั้งแต่ 1 กิโลเมตร ถึง 3 กิโลเมตร เนื่องจากชนิดของพันธุ์ไม้และได้รับอิทธิพลของทะเลต่างกัน การเก็บตัวอย่างโดยการเดินสำรวจทั่วไป (General survey) ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลน สำรวจและเก็บรวบรวมตัวอย่างไลเคนแบบสุ่มตามลักษณะของพื้นที่ป่าชายเลน สามารถเก็บรวมรวบตัวอย่างไลเคนได้ทั้งหมด 135 ตัวอย่าง จากบริเวณโคน ลำต้น และกิ่งของพันธุ์ไม้ในป่าชายเลน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มครัสโตส (crustose) และกลุ่มโฟลิโอส (foliose) โดยกลุ่มของครัสโตสพบได้ถึง 26 ชนิด และกลุ่มโฟลิโอส 3 ชนิด จากการศึกษาครั้งนี้พบไลเคนอย่างน้อย 13 วงศ์ 18 สกุล 29 ชนิด โดยมีวงศ์ Arthoniaceae ที่มีความหลากชนิดมากที่สุดจำนวน 7 ชนิด รองลงมาเป็นวงศ์ Graphidaceae และ Caliciaceae จำนวน 6 ชนิด และ 3 ชนิด ตามลำดับ

ลักษณะการแพร่กระจายของชนิดและความถี่ที่พบไลเคนบริเวณป่าชายเลนตั้งแต่ริมฝั่งติดทะเลเข้ามาสู่ฝั่งระยะทางประมาณ 100-200 เมตร  และป่าชายเลนที่อยู่ห่างจากริมฝั่ง ตั้งแต่ 1 ถึง 3 กิโลเมตร พบว่าชนิดไลเคนไม่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่จะพบว่าไลเคนบางชนิดมีความถี่ที่พบแตกต่างกัน โดยเฉพาะบริเวณริมฝั่งทะเล กลุ่มลายเส้น (วงศ์ Graphidaceae) เป็นกลุ่มเด่นพบกระจายตัวได้ดี พบหนาแน่นบริเวณลำต้นและกิ่งของต้นโกงกาง, แสม, ถั่ว, โปรงและตาตุ่มทะเล ไลเคนที่พบส่วนมากเป็นกลุ่มครัสโตส  ส่วนป่าชายเลนที่อยู่ห่างจากริมฝั่งตั้งแต่ 1 ถึง 3 กิโลเมตร พบว่าชนิดไลเคนมีความคลายคลึงกันแต่จะพบไลเคนกลุ่มโฟลิโอสได้มากกว่าบริเวณริมฝั่ง เช่น Dirinaria applanata, Pyxine cocoes และ Physcia undulata  ซึ่งกลุ่มนี้จะทนต่อสภาพแวดล้อมได้น้อยกว่ากลุ่มของครัสโตส แต่ทั้งนี้สามารถพบจำนวนชนิดได้หลากหลายเช่นกัน ส่วนมากมักจะพบไลเคนบริเวณโคนต้น ลำต้นและกิ่งเป็นส่วนใหญ่ โดยจะพบมากต้นปอทะเล, ต้นตาตุ่มทะเล, สมอทะเลและตีนเป็ดทะเล

โดยผลการศึกษาความหลากหลายของไลเคนได้นำมาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชุมชนเพื่อการพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างยังยืนของทรัพยากรกรในท้องถิ่น โดยชาวบ้านปากพญาได้มีการวางแผนที่จะส่งเสริมการเพิ่มโปรแกรมการสำรวจไลเคนในป่าชายเลนในโปรแกรมการท่องเที่ยวป่าชายเลน เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น (SDG 15.2.5, SDG 15.3.3) ดังนั้นทางผู้วิจัยจึงได้สนับสนุนชุมชนโดยให้ความรู้เบื้องต้นในการสำรวจไลเคนในป่าชายเลน และได้มอบสารสนเทศในการสำรวจไลเคนและชนิดของไลเคนในพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ชุมชนประมงท้องถิ่นบ้านปากพญา นอกจากนั้นทางผู้วิจัยได้มีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดการประมงและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ของชาวบ้าน (SDG 14.2.2 , SDG 17.4.3) นอกจากนั้นมีจะมีการสร้างกลุ่มอาสาสมัครวัยรุ่นในหมู่บ้านปากพญาเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลนในอนาคต


SDGs ภาษาอังกฤษ

  

The coastal ecosystem particularly mangrove area are critical ecosystems for promoting and supporting biodiversity. It provides a habitat and nursery area for the early life stages of aquatic animals. Therefore, mangrove ecosystems significantly support the coastal economy by providing valuable fishery resources. Banpakpaya village, Muang district, Nakhon Si Thammarat Province was located on the east coast of the Gulf of Thailand. This village is a delta of the Thasuk River which passes through the town of Nakhon Si Thammarat. The area has a rich nutrient and fertile mangrove ecosystem. The mangrove area plays an important valuable role as nursery grounds for coastal and offshore fisheries. This village has used the mangrove area as an important source of fishery. Previous, the land used was changed to the shrimp farm result of the mangrove deforestation. Moreover, the increase in illegal fisheries reduced the diversity of aquatic animals. Then in 1999, the villagers tried to remediate the natural resources and ecosystem in this area. The budget and knowledge were supported by the government and commercial organizations as well as Walailak University to maintain and extend the current ecosystems’ biodiversity at Banpakpaya. Much research was conducted in this area in order to study the biodiversity including species of marine fish, benthic macrofauna, and tree species. The study of lichen diversity in the mangrove area fulfilled the knowledge of natural resources and ecosystem diversity in Nakhon Si Thammarat province. (SDG 15.2.3) 

The lichen diversity in the mangrove area of Banpakpaya was a study of the diversity and distribution of lichen in mangrove areas. The two areas surveyed for lichen diversity are located in mangrove areas located 100-200 m and 1 – 3 Km from the coast, with the areas containing different tree species and the influence of the sea. Lichen samples were generally surveyed in the mangrove area. Samples were taken from both areas. In total, 135 lichen samples were collected at the bole, trunk, and branch of trees in the areas. The lichen samples were classified into two growth forms, crustose (26 species) and foliose (3 species). At least 13 Families, 18 genera, and 29 species of lichen were observed in this study. The Arthoniaceae Family was the most dominant with 7 species, followed by the Graphidaceae Family and the Caliciaceae Family with 6 and 3 species, respectively. 

The distribution of species and frequency of lichen was not significantly different between the areas located 100-200 m and 1 – 3 Km from the coast. However, the frequency of some species differed, particularly in the area close to the coast. The Graphis species (Graphidaceae Family) was a dominant species found in high densities on tree trunks and branches, including Rhizophora sp., Avicennia sp., Bruguiera sp., Acrostichum sp., and Excoecaria agallocha. The crustose form was mainly observed in this area. In the area 1 – 3 Km from the coast, the lichen species were similar to the coastal area, but some species in foliose form including Dirinaria applanata, Pyxine cocoes, and Physcia undulata were more frequently found because this form is less tolerant compared to the crustose form. Additionally, species diversity was greater than that in the area close to the coast. The lichen in this area is usually found at the bole, trunks, and branches of trees such as Hibiscus tiliaceus, Excoecaria agallocha, Sapium indicum, and Cerbera odollam.

The result of lichen diversity was discussed with the villagers to develop the sustainable utilization of local resources. The villagers planned to promote the lichen survey program with mangrove tourism in order to enhance local biodiversity awareness (SDG 15.2.5, SDG 15.3.3). Therefore, the researcher supported the villagers with a basic knowledge of a lichen survey in the mangrove area. The infographic of the lichen survey and lichen species in the mangrove area was also provided at the learning center of a community of Banpakpaya local fisheries. Moreover, the researcher also gave a basic concept of sustainable management of fisheries and tourism to promote the conservation awareness of the villagers (SDG 14.2.2 and SDG 17.4.3). Additionally, the teenage volunteer from Banpakpaya villager will be developed to inherit the intention of the conservation of the mangrove ecosystem in the future. 


ภาพประกอบ


ผลกระทบโครงการ

infographic



การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การเผยแพร่

Post Facebook ของประธานชมรมประมงพื้นบ้านปากพญา

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1922680338115528&id=100011207402508

เพจสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป

https://solgen.wu.ac.th/?p=24413